thanadith's profileก้าวเดินและจังหวะแห่งชีว...PhotosBlogLists Tools Help

thanadith chanpitak

Occupation
Interests
No list items have been added yet.

ก้าวเดินและจังหวะแห่งชีวิต

The coin always have two sides, but my life always have only one side
July 09

มาอัพเดทบลอกหน่อย

คืออยากจะบอกว่าไม่ได้เขียนบลอกมานานเนื่องจากงานที่รุมเรา อย่างรุนแรง จนต้อง รุมโทรม เอ้ย โทรม งานช่วงนี้เครียดมากๆครับเหนื่อยด้วยคับ
ไม่ได้ไปถ่ายภาพมา สองอาทิตย์แล้วหงุดหงิดมากเลย ถ้าหากใครอยากไปถ่ายภาพ กรุณาติดต่อมาได้เลยนะครับ
April 25

อัพ Blog สักหน่อย

ไม่ได้อัพบลอกมาสะนานเลยไม่รู้จะเขียนอะไรก็คงต้องเขียนเรื่องประสบการณ์การได้ไปถ่ายงานแต่งงานของเพื่อนสมัยเรียน ปวส. งานแต่งงานวันนี้นเหมือนกับงานเลี้ยงรุ่นไปในตัวเลย
แล้วเราก็ไปเป็นช่างภาพ(ไม่ได้)รับเชิญอ่ะ ต้องไปขโมยไฟเขา อ่ะเพราะไม่มีอุปกรณ์อะไรเลยมีแต่กล้องกะเลนส์
เชิญทัศนาได้ที่
 
http://thanacha.multiply.com/photos/album/48 เห็นงานเขาแล้วนึกถึงงานของเราอ่ะจะเป็นไงนี่
 
ปล.ท่านใดสนใจจ้างผมไปถ่ายงานมงคล หรือ งานใดๆๆ ติดต่อได้ที่ thanacha@hotmail.com คร้าบบบบบบบบบบบ
December 06

เส้นทางสู่ ปาย - ปางอุ๋ง - ห้วยน้ำดัง

วันที่ 1 ออกเดินทาง - ปาย
 
    และแล้วก็ถึงที่ต้องเที่ยวกันอีกแล้วซึ่ง Trip นี้เราเดินทางไปทางตอนเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป้าหมายของเราก็คือสายหมอกและอากาศเย็นยามเช้า การเดินทางเราเดิน
ทางวันที่ 1 ธันวาคม 2549 เวลา 6.30 น. เดินทางไปถึงเชียงใหม่ เวลา 5.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) แล้วเราก็ผลัดเวรขับรถ แล้วมุ่งหน้าสู่พระธาตุดอยสุเทพ
ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญทุกครั้งที่ไปภาคเหนือ(พูดอย่างกับไปมาหลายครั้งแล้ว) เพื่อไปสักการะองค์พระธาตุ จากนั้นเราก็ลงมาจากดอยสุเทพแล้วมุ่งหน้าไปรับประทาน
ข้าวซอยลำดวนซึ่งเขาจะย้ายร้านใหม่แล้ว(อย่าสั่งข้าวมันไก่ ข้าวหมูย่าง นะ เพราะเขาทำมาเหมือนข้าวพระพุทธเลย) จากนั้นก็ตาลีตาลานออกจากเชียงใหม่มุ่งตรงสู่
แม่ฮ่องสอนโดยคืนแรกเราแวะนอนที่ปายก่อน(เนื่องจากเวลาที่จะเดินทางไปปางอุ๋งไม่พอ) ที่ปางอุ๋งสวยมากบรรยากาศดี อากาศหนาว แต่อาหารแพงมากและค่ากางเต็นท์
แพงสุด ๆ เราได้ไปเดินถนนคนเดินบรรยากาศดี และ แวะซื้อโปสการ์ดร้านที่อยู่หน้าอำเภอ ที่ร้านนั้นเจ้าของอัธยาศัยดีมาก ๆ ออกแล้วติ๊ด(แตก) ทั้งผัวทั้งเมียเลย
เราซึ้อแล้วก็ส่งให้เพื่อนๆ ที่อยู่ที่กรุงเทพ (ใครไม่ได้รับไม่ต้องโกรธนะ) จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ ไปซื้อกะติมกินแพงมากโคนแล้วมีกะติม 1 สคูป 49 บาท Swensen
ยังถูกกว่าเลยเฮ้อ จากนั้นเราก็ตะลุยกินไปเรื่อย ๆ แล้วก็กลับไปนอนเพื่อรอไปถ่ายภาพยามเช้าที่ปายกัน
 
วันที่ 2 เดินทาง ปาย - ปางอุ๋ง
      ในวันที่สองเราตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อไปสัมผัสหมอก และ ความหนาว เราไปถ่ายภาพหมอกริมแม่ปาย โหยหมอกสุด ๆ (แถมปวดขี้สุด ๆ ด้วย) ถ่ายกันอยู่นานมาก
แล้วเราก็หาโจ๊กกิน โจ๊กหมู + ไข่ ราคา 25 บาท แล้วก็เดินซื้อหมูทอด มากินเผื่อให้ท้องมันเต็ม จากนั้นก็กลับไปเก็บเต้นท์แล้วก็เดินทางไปปางอุ๋งกัน จากปายไปปางอุ๋ง
ระยะทางไม่เท่าไหร่แต่เราใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมงเพราะทางที่ผ่านมีแต่ โค้งเต็มไปหมด เราหมดสติเป็นลมนอนไปตลอดทางเลย(ข้ออ้างอิอิ) พอไปถึงปางอุ๋งเรา
ก็กางเต้นท์แล้วก็เริ่มเดินเล่นไปเรื่อย ๆ ที่ปางอุ๋งไม่มีอะไรมากเพราะเรารอตอนเช้า เราเข้านอนตอน 3 ทุ่ม
 
วันที่ 3 กลับจาก ปางอุ๋ง มุ่งสู่ ปาย แล้ว กลับไป ห้วยน้ำดัง
 
     วันนี้เราตื่นแต่เช้าไปดูหมอกเพราะเราจองแพล่องในอ่างเก็บน้ำด้วย อากาศสวยสุด ๆ เราล่องแพงไปทั่วอ่างเก็บน้ำ เพื่อไปดูหงส์ขาว และ หงส์ดำ (ขาดหงส์แดง) สวยมาก
มีอยู่ทั้งหมด 4 ตัวเชื่องมาก ว่ายน้ำหนีแพเราตลอดเราถ่ายภาพมาได้ไม่ดีเนื่องจากเลนส์เขาเรามันว๊าย วายด์ สะ เซ็งเลย  หลังจากล่องแพดูหงส์ ดมน้ำ ชิมบรรยากาศแล้ว
เราก็เดินทางออกจากปางอุ๋ง อ่อที่นี้ชาวเขาเลี้ยงหมูเอาไว้ มันเดินอยู่ในหมู่บ้านเหมือนกันหมา (มันจะรู้ตัวไหมว่ามันเป็นแหล่งโปรตีนของชาวบ้าน) เดินกันให้เพ่นพ่าน
เราเดินทางมาถึงห้วยน้ำดังเวลา บ่าย 3 โมง สัมผัสแรกที่รุ้สึกคือลมหนาวที่พัดมาปะทะร่างกาย  บรึ๊ยส์....หนาว ขนลุก อย่างอื่นหดหมด(หมายถึงขาและแขนนะ) เรารีบกางเต้นท์
และจองที่กางเต้นท์ให้คนอื่นๆ ในก๊วนด้วย ที่ห้วยน้ำดังอาหารราคาไม่แพงมาก เราเจอผู้หญิงอยู่คนนึง เราทักเขาแล้วบอกเขาว่าเรามาจากกรุงเทพ แล้วเขาก็บอกว่าเขามาจากเชียงใหม่ หา เชียงใหม่ มาทำไมเนี่ยห้วยน้ำดัง ไม่เคยมาหรอ เรางงจิง เขาบอกว่าเขามาครั้งแรกด้วย(กำ แก่จนผีจะเรียกเพื่อนอยู่แล้วเพิ่งมาห้วยน้ำดัง) แหมไอ้เราก็นึกว่าจะให้ช่วยเป็น
ผู้นำทางให้ดันเพิ่งมาครั้งแรกเซ็งเลย เราเดินไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน แล้วก็กลับมากินข้าวจากนั้นกระดกวอดวายเอ้ย ว๊อดก้าไปสองเป๊ก
(เอ้ยเป๊กใช้กับบรั่นชุนนะ) แล้วก็เข้านอน
 
วันที่ 4 ปิ๊กบ้านแล้วเน่อ
       วันนี้เราตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 เพราะเสียงของเจ๊คนเจียงใหม่ที่เจอม่ะคืนออกมาตะโกนว่า หมอกจ้าดนัก (ห่ารู้แล้วจะตรูจะนอน) ตะโกนอยู่สองสามครั้งเสียงก็หายไป สงสัย
ถูกถีบตกผาไปแล้ว เราไม่สนใจหรอกนอนต่อสักพัก พอตี 5 เราก็ออกเดินทางไปจุดชมวิวซึ่งความรุ้สึกแรกเราคิดว่าเอาหล่ะวะเห็นทะเลหมอกแน่ๆ แต่ที่ไหนได้พอไปถามเจ้า
หน้าที่เขากลับบอกว่าวันนี้ฟ้าปิดมองไม่เห็นหรอกทะเลหมอก (กำมาตั้ง 800 กว่าโลเพื่อมาดูหมอก) อดเลยเราเลยหันมาถ่ายรูปเล่นสะเลยแล้วก็ขึ้นไปกินกาแฟสดกับแซนวิช
กาแฟชาวเขานี่รสชาติเหมือนใส่พิมเสนลงไป แต่ แซนวิชอร่อยดี จากนั้นเราก็เก็บเต้นท์ แล้วเดินทางกลับกรุงเทพ ตลอดการเดินทางเราฟังเพลง Hip Hop เพื่อปลุกใจ เราเพลง
ของไทยทาเนี่ยมเพลงอะไรนะ ที่บอกว่า พวกเมิงกวนต รีน ยังบอกว่ากรู กวน ต รีน อะไรเนี่ยแหล่ะ เขาขับรถไปเรื่อย ๆ ก็เจอแต่พวกกวน ต รีนเหมือนเพลงเลย
ปล. ดูภาพได้ ที่นี่ครับ
 
 
     
 
November 20

การสัมนาที่ชะอำ

   เมื่อวันที่ 16-19 พฤศจิกายน ที่ผ่านเราได้ไปเป็นวิทยากรสัมนาร่วมกับบริษัท Oracle Corp. Thailand โดยหัวข้อคือ การประชุมเชิงปฏิบัติการระบบคลังข้อมูล และ ระบบการค้นหาข้อมูลเชิงวิเคราะห์ซึ่งเรารับหน้าที่เป็นวิทยากรการทำ workshop DataMining ซึ่งใน part แรกเป็นวิทยากรจาก Oracle ซึ่งเขาได้ดึงเอาความสนใจของผู้เข้าร่วมสัมนาไว้ได้ดีมากเลยทำให้เราต้องปรับกลยุทธ์ใหม่โดยตอนแรกว่าจะวิชาการ (ตอนหลังต้องใส่มุขและเปลี่ยนวิธีการใหม่) ซึ่งก็ฮาดีและได้พี่ที่เข้าร่วมสัมนาช่วยทำให้การสัมนายิ่งสนุกและไม่เครียดซึ่ง
ผู้ที่เข้าร่วมสัมนาก็สนุกและยังทำ workshop ได้ดีและถูกต้องอีกด้วยถือว่าเราทำงานได้สำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง อิอิ ขอขอบคุณบริษัท Oracle ที่ให้ความร่วมมือ ขอขอบคุณน้องๆ  และ พี่ๆ
TA ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมสัมนาที่ทำให้งานนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์
November 07

งานลอยกระทง

   ปีนี้ไม่ได้ไปลอยกระทงเพราะเราได้ไปถ่ายภาพพลุแทน ซึ่งเป็นการถ่ายครั้งแรก โอ้ยอาไรกันนี้ควันพรึ่บเลยแล้วเราก็ไม่เคยถ่ายด้วยภาพเลยออกมาอย่างที่เห็นนี้แหละ และต้องขอขอบคุณพี่หนวดใจดีที่แน่นำการกดชัดเตอร์และสอนเทคนิคการถ่ายภาพให้ ดูภาพได้ที่
November 02

ปาย เมืองในหุบเขา

ปาย เมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด เมืองเล็กๆแห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจางๆยามเช้า บรรยากาศอันเงียบสงบ ทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านม่านหมอกหนา  แลเห็นต้นสนไม้ยืนต้นเมืองหนาวสูงใหญ่เป็นทิวแถวตามเชิงเขา วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน  ด้วยความเป็นเอกลักษณ์นี้ ปายได้ดึงดูดนักเดินทางรวมทั้งตัวผมเองให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งนี้ 
ครั้นเมื่อมาถึงที่นี่ครั้งแรก ทำให้ผมย้อนนึกถึงบรรยากาศคล้ายๆ วังเวียงที่ลาวยังไงอย่างนั้นเลยทีเดียว
เดิมที ปาย จะเป็นเพียงทางผ่านของผม ซึ่งเลือกที่จะเดินทางโดยรถยนต์ จากเชียงใหม่ สู่แม่ฮ่องสอน (จริงๆ แล้ว ก็จากกรุงเทพฯ เลยหล่ะครับ) แต่หลังจากที่ได้อ่านหนังสือท่องเที่ยวอยู่หลายเล่ม...อดไม่ได้ครับที่จะต้องแวะพัก 1 คืนสำรวจก่อนผ่านไปเฉยๆ ในครั้งแรก

ปาย ในรอบสองของผมนี้ คือ จุดหมายปลายทาง ตั้งใจจะสำรวจให้ทั่วๆ สักที

               ปายได้รับความนิยมจากนั่งท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งยุโรป ญี่ปุ่น มานานแล้ว  สำหรับคนไทยแล้ว เพิ่งบูม 2 -3 ปีที่ผ่านมา สำหรับปีใหม่ปีนี้ ที่ปายนั่งท่องเที่ยวคงเยอะเป็นพิเศษ ที่พักหลายที่เต็มไปตั้งแต่ เดือนกันยายน แหมก็จิบกาแฟร้อนๆ อ่านหนังสือดีๆสักเล่ม นั่งทอดสายตาไปไกลๆ ท่ามกลางทะเลหมอก คุณอาจได้ไอเดีย ดีๆ กลับมาเริ่มต้นปีใหม่อย่างที่ไม่เคยมาก่อนใครจะรู้ล่ะ

 

เขามาทำอะไรกันที่ปาย
หากเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ล่องแก่งลำน้ำปายน่าจะเป็นกิจกรรมต้นๆ รองลงไปก้อ...ขี่ช้าง เดินป่า ล่องแม่น้ำปาย

 และปั่นจักรยานชมเมืองปาย แช่น้ำแร่ท่ามกลางขุนเขาแห่งธรรมชาติ  แต่สำหรับผม ขอเลือกเที่ยวและถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ดีกว่า

ปั่นจักรยานชมเมืองปาย
เส้นทางปั่นจักรยานสาย เชียงใหม่-แม่มาลัย-ปาย เป็นเส้นทางที่ท้าทายนักปั่นเสือภูเขา เส้นทางคดเคี้ยว เลาะเลี้ยวไปตามหุบเขา สองข้างทางรายล้อมไปด้วยพืชพรรณไม้และป่าเขาลำเนาไพร เขตติดต่อระหว่าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แวะชื่นชมทิวทัศน์อัน สวยงามของทะเลหมอกที่ ห้วยน้ำดัง  จักรยาน จะมาหาเช่าใน อำเภอปาย ก็ได้ ซึ่งก็มีร้านจักรยานให้เช่าแก่นักท่องเที่ยวอยู่หลายร้าน

นั่งช้าง ชมไพรใน อ.ปาย
กิจกรรมที่บริการให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินในการชมธรรมชาติ อีกอย่างหนึ่งคือ นั่งช้าง ท่านสามารถติดต่อบริการนั่งช้างได้ที่ ปางช้างบ้านท่าปาย ใกล้กับท่าปายสปาแค้มปิ้งรีสอร์ท เป็นเส้นทางเดียวกับการไปน้ำพุร้อนบ้านท่าปาย
ค่าบริการนั่งช้าง ชั่วโมงละ 500 บาท นั่งได้สองคนต่อช้าง 1 เชือก

ล่องแก่ง แม่น้ำปาย
แม่น้ำปายเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีต้นกำเนิดมาจากทิวเขาถนนธงชัย และแดนลาว แล้วไหลผ่าน 3 อำเภอในจังหวัดเดียว คือ อ.ปาย-อ.ปางมะผ้า-อ.เมือง ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน แต่ละช่วงมีทิวทัศน์ที่สวยงาม
การล่องแก่งแม่น้ำปาย รวมระยะทางประมาณ 50 กิดลเมตร ความยากของแก่งมีตั้งแต่ระดับ 1-4 ช่วงฤดูฝนอาจจะถึงระดับ 5 ซึ่งมีความยากมาก และระดับน้ำรุนแรง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติที่สวยงามและความสนุกสนานตลอดสายน้ำ เช่น เล่นน้ำตกซู่ซ่า ผจญภัยแช่ตัวในบ่อดคลน กระโดดหน้าผาสูง ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการล่องแก่ง คือ เดือนมิถุนายน-กุมภาพันธ์ของทุกปี การล่องแก่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่น

ล่องแพยาง
อำเภอปาย นับว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้ริเริ่มกิจกรรมนี้ การล่องแพยางไปตามสายน้ำ แม่น้ำปาย เป็นแม่น้ำที่มีเกาะแก่งมากที่สุดและสวยงาม มาก เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองนี้มักจะไม่พลาด การล่องแพท่านสามารถเลือกได้ ในโปรแกรม 1 วัน หรือ 2 วัน โดยส่วนใหญ่โปรแกรมการล่องแก่งจะไปเริ่มที่ลำน้ำของ ในเขต อ.ปางมะผ้า และไปสิ้นสุดที่ลำน้ำปายในพื้นที่ของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ น้ำตกแม่สุรินทร์ บ้านปางหมู อ.เมือง แม่ฮ่องสอน ในระหว่างการล่องแก่งท่านจะได้พบกับความสนุกตื่นเต้น การตั้งแค้มป์ในป่า การแช่โคลนจากบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ เพื่อผิวพรรณเปล่งปลั่ง กิจกรรมการล่องแก่ง จะมีในช่วงเดือน ต้นเดือนมิถุนายนและไปสิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ของปีต่อไป ในช่วงถดูแล้งน้ำน้อยจะไม่สามารถล่องแก่งได้ ก่อนการล่องแพท่านจะได้รับการฝึกการพายเรือ และการแนะนำ วิธีการปฏิบัติในการพายแพยางอย่างละเอียดจากผู้คัดท้ายเรือ หรือที่เรียกว่า กัปตัน การล่องแพควรจะนัดแนะกับเพื่อนเพราะแพยางลำหนึ่งต้องมีผู้ร่วมพายอย่างน้อย 4 คน
 

---------------------------------------

 น้ำพุร้อนปาย

อยู่ในป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบนท้องที่ตำบลแม่ฮี้ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 (ปาย-แม่มาลัย) ข้ามสะพานแม่น้ำปายถึงบริเวณหลักกม.ที่ 87-88 แยกซ้ายเข้าไปอีก 2 กม. ตามทางเข้าบ้านท่าปาย เป็นทางราดยางตลอดทั้งสาย สภาพของโป่งน้ำร้อนเป็นบ่อน้ำร้อนน้ำกำลังเดือนเป็นฟองๆ และมีหมอกควันปกคลุมพื้นที่ พร้อมทั้งมีน้ำร้อนไหลเรื่อยๆ ทั่วบริเวณกว้างมีบ่อใหญ่สองบ่อ นอกนั้นมีลักษณะเป็นน้ำผุดบางจุดความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส และรอบๆ โป่งร้อนเป็นไม้สักที่สมบูรณ์มาก
ทุกวันจะมีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะวันหยุด เสาร์อาทิตย์ จะมีคนมาเที่ยวที่นี่มาก นอกจากการอาบน้ำแร่ จะเป็นผลดีต่อสุขภาพแล้ว หลายคนที่มาแช่น้ำพุร้อนเชื่อกันว่าจะทำให้โรคภัยไข้เจ็บบางอย่างหายหรืออาการดีขึ้นอีกด้วย

October 23

ไปลำปางแวะสักการะพระธาตุลำปางหลวง

   วันหยุดยาวนี้ได้ไปเที่ยวเมืองลำปางโดยออกเดินทางในวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม เวลา 20.00 ไปถึงลำปาง 6.00 อ่ะแล้วก็เช็คอินเข้าโรงแรม
จากนั้นก็ออกไปนมัสการพระธาตุลำปางหลวง ตำบลเกาะคา ซึ่งคนเกิดปีฉลูควรไปไหว้ให้ได้นะ แล้วก็ไปวัดพระแก้วดอนเต้าจากนั้นก็ไปจองตั๋วรถกลับกรุงเทพ
ซึ่งวางแผนไว้ว่าจะกลับวันจันทร์แต่ปรากฏว่ารถวันจันทร์ไม่มีเลยทำไง ก็เลยต้องกลับวันอาทิตย์ทำให้แผนการท่องเที่ยวต้องลดลงไปหนึ่งวัน (ตลาดเช้าก็ไม่ได้ไป
ตักบาตรก็ไม่ได้ตัก) แล้วจากนั้นก็ไปเดินซื้อของฝาก แล้วก็เข้าโรงแรม พอเย็น ๆ ก็ออกหากินเอ้ย ออกหาของกิน หน้าตลาดตรงข้ามไปรษณีย์ ขอแนะนำ ข้าวซอย (อร่อยดี น้ำไม่ข้น
รสชาติกลาง ๆ ) เย็นตาโฟ ซึ่งมีหมวยขายอยู่อร่อยดี จากนั้นก็เดินทางกลับ อ่อลืมบอกไป ตอนก่อนเรามาที่ตลาดเราก็โบกรถมาที่ตลาดเสร็จแล้วก้กลัวว่ารถจะหมด ก็เลยถามลุงคนขับ
ว่ามีรถกลับหรือเปล่าดึก ๆ ลุงบอกว่าถ้าไม่มีให้โทรไปเรียกก็ได้ลุงจะมารับ (โห) ค่ารถคนละ 15 บาท ไปไหนก็ได้ในเมือง ขนาดรถไม่ผ่าน คนขับยังขับผ่านให้เลย น่ารักดีคนลำปาง
คนขับ ขับ ไปก็ทักคนริมทางไปเรื่อย ๆ น่าอยู่ดีที่ลำปางนี่อ่ะ อ่อโรงแรมที่พักชื่อ เวียงละคอร ซึ่งกระดูกหมูตุ๋น อร่อยมาก ๆ เลย แวะ กันไปได้นะครับ
 
วันที่กลับเรานั่งรถกลับกรุงเทพ เกือบสิบชั่วโมงแนะ
 
ปล. ดูรูปได้ที่ ลำปางเมืองไก่ขาว
 
Photo 1 of 2