| thanadith's profileก้าวเดินและจังหวะแห่งชีว...PhotosBlogLists | Help |
|
ก้าวเดินและจังหวะแห่งชีวิตThe coin always have two sides, but my life always have only one side July 09 มาอัพเดทบลอกหน่อยคืออยากจะบอกว่าไม่ได้เขียนบลอกมานานเนื่องจากงานที่รุมเรา อย่างรุนแรง จนต้อง รุมโทรม เอ้ย โทรม งานช่วงนี้เครียดมากๆครับเหนื่อยด้วยคับ
ไม่ได้ไปถ่ายภาพมา สองอาทิตย์แล้วหงุดหงิดมากเลย ถ้าหากใครอยากไปถ่ายภาพ กรุณาติดต่อมาได้เลยนะครับ April 25 อัพ Blog สักหน่อยไม่ได้อัพบลอกมาสะนานเลยไม่รู้จะเขียนอะไรก็คงต้องเขียนเรื่องประสบการณ์การได้ไปถ่ายงานแต่งงานของเพื่อนสมัยเรียน ปวส. งานแต่งงานวันนี้นเหมือนกับงานเลี้ยงรุ่นไปในตัวเลย
แล้วเราก็ไปเป็นช่างภาพ(ไม่ได้)รับเชิญอ่ะ ต้องไปขโมยไฟเขา อ่ะเพราะไม่มีอุปกรณ์อะไรเลยมีแต่กล้องกะเลนส์
เชิญทัศนาได้ที่
http://thanacha.multiply.com/photos/album/48 เห็นงานเขาแล้วนึกถึงงานของเราอ่ะจะเป็นไงนี่
ปล.ท่านใดสนใจจ้างผมไปถ่ายงานมงคล หรือ งานใดๆๆ ติดต่อได้ที่ thanacha@hotmail.com คร้าบบบบบบบบบบบ December 06 เส้นทางสู่ ปาย - ปางอุ๋ง - ห้วยน้ำดังวันที่ 1 ออกเดินทาง - ปาย
และแล้วก็ถึงที่ต้องเที่ยวกันอีกแล้วซึ่ง Trip นี้เราเดินทางไปทางตอนเหนือของประเทศไทย ซึ่งเป้าหมายของเราก็คือสายหมอกและอากาศเย็นยามเช้า การเดินทางเราเดิน
ทางวันที่ 1 ธันวาคม 2549 เวลา 6.30 น. เดินทางไปถึงเชียงใหม่ เวลา 5.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) แล้วเราก็ผลัดเวรขับรถ แล้วมุ่งหน้าสู่พระธาตุดอยสุเทพ
ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญทุกครั้งที่ไปภาคเหนือ(พูดอย่างกับไปมาหลายครั้งแล้ว) เพื่อไปสักการะองค์พระธาตุ จากนั้นเราก็ลงมาจากดอยสุเทพแล้วมุ่งหน้าไปรับประทาน
ข้าวซอยลำดวนซึ่งเขาจะย้ายร้านใหม่แล้ว(อย่าสั่งข้าวมันไก่ ข้าวหมูย่าง นะ เพราะเขาทำมาเหมือนข้าวพระพุทธเลย) จากนั้นก็ตาลีตาลานออกจากเชียงใหม่มุ่งตรงสู่
แม่ฮ่องสอนโดยคืนแรกเราแวะนอนที่ปายก่อน(เนื่องจากเวลาที่จะเดินทางไปปางอุ๋งไม่พอ) ที่ปางอุ๋งสวยมากบรรยากาศดี อากาศหนาว แต่อาหารแพงมากและค่ากางเต็นท์
แพงสุด ๆ เราได้ไปเดินถนนคนเดินบรรยากาศดี และ แวะซื้อโปสการ์ดร้านที่อยู่หน้าอำเภอ ที่ร้านนั้นเจ้าของอัธยาศัยดีมาก ๆ ออกแล้วติ๊ด(แตก) ทั้งผัวทั้งเมียเลย
เราซึ้อแล้วก็ส่งให้เพื่อนๆ ที่อยู่ที่กรุงเทพ (ใครไม่ได้รับไม่ต้องโกรธนะ) จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ ไปซื้อกะติมกินแพงมากโคนแล้วมีกะติม 1 สคูป 49 บาท Swensen
ยังถูกกว่าเลยเฮ้อ จากนั้นเราก็ตะลุยกินไปเรื่อย ๆ แล้วก็กลับไปนอนเพื่อรอไปถ่ายภาพยามเช้าที่ปายกัน
วันที่ 2 เดินทาง ปาย - ปางอุ๋ง
ในวันที่สองเราตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อไปสัมผัสหมอก และ ความหนาว เราไปถ่ายภาพหมอกริมแม่ปาย โหยหมอกสุด ๆ (แถมปวดขี้สุด ๆ ด้วย) ถ่ายกันอยู่นานมาก
แล้วเราก็หาโจ๊กกิน โจ๊กหมู + ไข่ ราคา 25 บาท แล้วก็เดินซื้อหมูทอด มากินเผื่อให้ท้องมันเต็ม จากนั้นก็กลับไปเก็บเต้นท์แล้วก็เดินทางไปปางอุ๋งกัน จากปายไปปางอุ๋ง
ระยะทางไม่เท่าไหร่แต่เราใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมงเพราะทางที่ผ่านมีแต่ โค้งเต็มไปหมด เราหมดสติเป็นลมนอนไปตลอดทางเลย(ข้ออ้างอิอิ) พอไปถึงปางอุ๋งเรา
ก็กางเต้นท์แล้วก็เริ่มเดินเล่นไปเรื่อย ๆ ที่ปางอุ๋งไม่มีอะไรมากเพราะเรารอตอนเช้า เราเข้านอนตอน 3 ทุ่ม
วันที่ 3 กลับจาก ปางอุ๋ง มุ่งสู่ ปาย แล้ว กลับไป ห้วยน้ำดัง
วันนี้เราตื่นแต่เช้าไปดูหมอกเพราะเราจองแพล่องในอ่างเก็บน้ำด้วย อากาศสวยสุด ๆ เราล่องแพงไปทั่วอ่างเก็บน้ำ เพื่อไปดูหงส์ขาว และ หงส์ดำ (ขาดหงส์แดง) สวยมาก
มีอยู่ทั้งหมด 4 ตัวเชื่องมาก ว่ายน้ำหนีแพเราตลอดเราถ่ายภาพมาได้ไม่ดีเนื่องจากเลนส์เขาเรามันว๊าย วายด์ สะ เซ็งเลย หลังจากล่องแพดูหงส์ ดมน้ำ ชิมบรรยากาศแล้ว
เราก็เดินทางออกจากปางอุ๋ง อ่อที่นี้ชาวเขาเลี้ยงหมูเอาไว้ มันเดินอยู่ในหมู่บ้านเหมือนกันหมา (มันจะรู้ตัวไหมว่ามันเป็นแหล่งโปรตีนของชาวบ้าน) เดินกันให้เพ่นพ่าน
เราเดินทางมาถึงห้วยน้ำดังเวลา บ่าย 3 โมง สัมผัสแรกที่รุ้สึกคือลมหนาวที่พัดมาปะทะร่างกาย บรึ๊ยส์....หนาว ขนลุก อย่างอื่นหดหมด(หมายถึงขาและแขนนะ) เรารีบกางเต้นท์
และจองที่กางเต้นท์ให้คนอื่นๆ ในก๊วนด้วย ที่ห้วยน้ำดังอาหารราคาไม่แพงมาก เราเจอผู้หญิงอยู่คนนึง เราทักเขาแล้วบอกเขาว่าเรามาจากกรุงเทพ แล้วเขาก็บอกว่าเขามาจากเชียงใหม่ หา เชียงใหม่ มาทำไมเนี่ยห้วยน้ำดัง ไม่เคยมาหรอ เรางงจิง เขาบอกว่าเขามาครั้งแรกด้วย(กำ แก่จนผีจะเรียกเพื่อนอยู่แล้วเพิ่งมาห้วยน้ำดัง) แหมไอ้เราก็นึกว่าจะให้ช่วยเป็น
ผู้นำทางให้ดันเพิ่งมาครั้งแรกเซ็งเลย เราเดินไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน แล้วก็กลับมากินข้าวจากนั้นกระดกวอดวายเอ้ย ว๊อดก้าไปสองเป๊ก
(เอ้ยเป๊กใช้กับบรั่นชุนนะ) แล้วก็เข้านอน
วันที่ 4 ปิ๊กบ้านแล้วเน่อ
วันนี้เราตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 เพราะเสียงของเจ๊คนเจียงใหม่ที่เจอม่ะคืนออกมาตะโกนว่า หมอกจ้าดนัก (ห่ารู้แล้วจะตรูจะนอน) ตะโกนอยู่สองสามครั้งเสียงก็หายไป สงสัย
ถูกถีบตกผาไปแล้ว เราไม่สนใจหรอกนอนต่อสักพัก พอตี 5 เราก็ออกเดินทางไปจุดชมวิวซึ่งความรุ้สึกแรกเราคิดว่าเอาหล่ะวะเห็นทะเลหมอกแน่ๆ แต่ที่ไหนได้พอไปถามเจ้า
หน้าที่เขากลับบอกว่าวันนี้ฟ้าปิดมองไม่เห็นหรอกทะเลหมอก (กำมาตั้ง 800 กว่าโลเพื่อมาดูหมอก) อดเลยเราเลยหันมาถ่ายรูปเล่นสะเลยแล้วก็ขึ้นไปกินกาแฟสดกับแซนวิช
กาแฟชาวเขานี่รสชาติเหมือนใส่พิมเสนลงไป แต่ แซนวิชอร่อยดี จากนั้นเราก็เก็บเต้นท์ แล้วเดินทางกลับกรุงเทพ ตลอดการเดินทางเราฟังเพลง Hip Hop เพื่อปลุกใจ เราเพลง
ของไทยทาเนี่ยมเพลงอะไรนะ ที่บอกว่า พวกเมิงกวนต รีน ยังบอกว่ากรู กวน ต รีน อะไรเนี่ยแหล่ะ เขาขับรถไปเรื่อย ๆ ก็เจอแต่พวกกวน ต รีนเหมือนเพลงเลย
ปล. ดูภาพได้ ที่นี่ครับ
November 20 การสัมนาที่ชะอำ เมื่อวันที่ 16-19 พฤศจิกายน ที่ผ่านเราได้ไปเป็นวิทยากรสัมนาร่วมกับบริษัท Oracle Corp. Thailand โดยหัวข้อคือ การประชุมเชิงปฏิบัติการระบบคลังข้อมูล และ ระบบการค้นหาข้อมูลเชิงวิเคราะห์ซึ่งเรารับหน้าที่เป็นวิทยากรการทำ workshop DataMining ซึ่งใน part แรกเป็นวิทยากรจาก Oracle ซึ่งเขาได้ดึงเอาความสนใจของผู้เข้าร่วมสัมนาไว้ได้ดีมากเลยทำให้เราต้องปรับกลยุทธ์ใหม่โดยตอนแรกว่าจะวิชาการ (ตอนหลังต้องใส่มุขและเปลี่ยนวิธีการใหม่) ซึ่งก็ฮาดีและได้พี่ที่เข้าร่วมสัมนาช่วยทำให้การสัมนายิ่งสนุกและไม่เครียดซึ่ง
ผู้ที่เข้าร่วมสัมนาก็สนุกและยังทำ workshop ได้ดีและถูกต้องอีกด้วยถือว่าเราทำงานได้สำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง อิอิ ขอขอบคุณบริษัท Oracle ที่ให้ความร่วมมือ ขอขอบคุณน้องๆ และ พี่ๆ
TA ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมสัมนาที่ทำให้งานนี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ November 07 งานลอยกระทง ปีนี้ไม่ได้ไปลอยกระทงเพราะเราได้ไปถ่ายภาพพลุแทน ซึ่งเป็นการถ่ายครั้งแรก โอ้ยอาไรกันนี้ควันพรึ่บเลยแล้วเราก็ไม่เคยถ่ายด้วยภาพเลยออกมาอย่างที่เห็นนี้แหละ และต้องขอขอบคุณพี่หนวดใจดีที่แน่นำการกดชัดเตอร์และสอนเทคนิคการถ่ายภาพให้ ดูภาพได้ที่
November 02 ปาย เมืองในหุบเขาปาย เมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด เมืองเล็กๆแห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจางๆยามเช้า บรรยากาศอันเงียบสงบ ทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านม่านหมอกหนา แลเห็นต้นสนไม้ยืนต้นเมืองหนาวสูงใหญ่เป็นทิวแถวตามเชิงเขา วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์นี้ ปายได้ดึงดูดนักเดินทางรวมทั้งตัวผมเองให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งนี้ ปาย ในรอบสองของผมนี้ คือ จุดหมายปลายทาง ตั้งใจจะสำรวจให้ทั่วๆ สักที
เขามาทำอะไรกันที่ปาย
---------------------------------------
October 23 ไปลำปางแวะสักการะพระธาตุลำปางหลวง วันหยุดยาวนี้ได้ไปเที่ยวเมืองลำปางโดยออกเดินทางในวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม เวลา 20.00 ไปถึงลำปาง 6.00 อ่ะแล้วก็เช็คอินเข้าโรงแรม
จากนั้นก็ออกไปนมัสการพระธาตุลำปางหลวง ตำบลเกาะคา ซึ่งคนเกิดปีฉลูควรไปไหว้ให้ได้นะ แล้วก็ไปวัดพระแก้วดอนเต้าจากนั้นก็ไปจองตั๋วรถกลับกรุงเทพ
ซึ่งวางแผนไว้ว่าจะกลับวันจันทร์แต่ปรากฏว่ารถวันจันทร์ไม่มีเลยทำไง ก็เลยต้องกลับวันอาทิตย์ทำให้แผนการท่องเที่ยวต้องลดลงไปหนึ่งวัน (ตลาดเช้าก็ไม่ได้ไป
ตักบาตรก็ไม่ได้ตัก) แล้วจากนั้นก็ไปเดินซื้อของฝาก แล้วก็เข้าโรงแรม พอเย็น ๆ ก็ออกหากินเอ้ย ออกหาของกิน หน้าตลาดตรงข้ามไปรษณีย์ ขอแนะนำ ข้าวซอย (อร่อยดี น้ำไม่ข้น
รสชาติกลาง ๆ ) เย็นตาโฟ ซึ่งมีหมวยขายอยู่อร่อยดี จากนั้นก็เดินทางกลับ อ่อลืมบอกไป ตอนก่อนเรามาที่ตลาดเราก็โบกรถมาที่ตลาดเสร็จแล้วก้กลัวว่ารถจะหมด ก็เลยถามลุงคนขับ
ว่ามีรถกลับหรือเปล่าดึก ๆ ลุงบอกว่าถ้าไม่มีให้โทรไปเรียกก็ได้ลุงจะมารับ (โห) ค่ารถคนละ 15 บาท ไปไหนก็ได้ในเมือง ขนาดรถไม่ผ่าน คนขับยังขับผ่านให้เลย น่ารักดีคนลำปาง
คนขับ ขับ ไปก็ทักคนริมทางไปเรื่อย ๆ น่าอยู่ดีที่ลำปางนี่อ่ะ อ่อโรงแรมที่พักชื่อ เวียงละคอร ซึ่งกระดูกหมูตุ๋น อร่อยมาก ๆ เลย แวะ กันไปได้นะครับ
วันที่กลับเรานั่งรถกลับกรุงเทพ เกือบสิบชั่วโมงแนะ
ปล. ดูรูปได้ที่ ลำปางเมืองไก่ขาว |
|
||||||||||||
|
|